ป้องกัน: สถิตินักเขียนรางวัลซีไรต์

บทความนี้มีรหัสผ่านป้องกันอยู่ การจะดูบทความโปรดใส่รหัสผ่านของคุณด้านล่าง

Advertisements
โพสท์ใน Uncategorized

มหาทวีปแพนเจีย

มหาทวีปแพนเจีย

เมื่อมหาทวีปแพนเจีย(pangae)สลายตัวลง โลกจึงเกิดทวีปขึ้นมากมาย มีชายหาดยาวและภาคพื้นดินรับปริมาณฝนและความชื้นมากขึ้น มิพักต้องเอ่ยถึงการเอื้อต่อวิวัฒนาการของเหล่าพืชพวกมอส เฟิร์น และสนหางม้า ความหลากหลายทางสปีชีส์ของแมลงยักษ์และก้าวกระโดดของเหล่ากบฏปลามีครีบมาสู่พลพรรคสัตว์เลื้อยคลานเดินดิน มันกินช่วงเวลายาวนานกว่า 200-300ล้านปี ก่อนจะมีไดโนเสาร์และมนุษย์ ระหว่างนี้ผู้อยู่รอดจากยุคน้ำแข็งอันยาวนานคือสายพันธุ์ที่กำหนดโฉมหน้าปัจจุบันของดาวเคราะห์นี้ นับถอยหลังอีก 250 ล้านปี แต่ละทวีปจะลอยกลับมาชนกันอีกครั้งนึง

ฉันมาทำอะไรที่นี่?
เหล่าเชื้อราบนแผ่นขนมปังทั้งหลายจะตั้งคำถามทำนองนี้กันหรือไม่นะ

ข้อมูลจาก science illustrated [feb.2013]

รูปภาพ | Posted on by | 1 ความเห็น

เราจากกันทุกวัน

เราจากกันทุกวัน

 

เราจากกันทุกวัน
เราจากกันเมื่อจบคำพูดสนทนา
เราจากกันทันทีที่กะพริบตา  เราไม่รู้ว่าหลังภาพสุดท้ายนั้นจะเกิดอะไรตามมา
การนอนหลับคือการลับลา ลาจากจากความรู้สึกตัว
และสำหรับความหวาดกลัว เราใช้มันเพื่อการเยียวยา

วันหนึ่งวัน, เราเสี่ยงที่จะรักและเกลียดใครได้พอกัน
ความแปลกหน้าเท่านั้นที่เป็นความรู้สึกสามัญ และมั่นคงดุจแหลมผา
คนแปลกหน้าไม่ต้องรักษาระยะห่าง
มีแต่สัมพันธภาพรูปแบบต่างๆ ที่ต้องรักษาระยะไว้ไม่ให้จืดจาง

เราพบกันที่พรมแดนของฉันและได้แต่ยอมรับว่านั่นคืออาณาจักรของเธอ
ชีวิตที่ตั้งคำถามกับสิ่งที่เป็น มองทะลุผ่านความเป็นจริงที่เห็น
ฉันไม่อยากให้เราเป็นใครแปลกหน้า ชิมรสชาติของน้ำตารู้สึกเพียงว่าเค็มๆ

เธอลืมไปแล้วหรือ
เธอลืมไปแล้วหรือว่าเมเปิ้ลที่ว่างามก็เคยเป็นสีเขียว
พายุย่อมเกิดขึ้น ณ ที่ใดที่หนึ่งเสมอ, สำหรับกาลเวลาน่ะ มันก็แค่แป๊บเดียว
อาจเป็นเพลงผิวปากจากฉัน หรือไม่ก็เป็นผีเสื้อปีกสวยตัวนั้นกระพือพัดพา
พายุเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งเสมอ, สำหรับเวลาน่ะ มันสั้นแป๊บเดียว

รูปภาพ | Posted on by | ใส่ความเห็น

เก้าอี้ของชายชรา

เก้าอี้ของชายชรา

ผมได้ยินจากชาวบ้านมาอีกทีว่า

คุณตาอ่านข่าวกรอบเล็กที่พูดถึงผู้สูงอายุที่สุดในโลกชาวญี่ปุ่น…
แล้วหายตัวไปอย่างลึกลับ เมื่อหลายปีมาแล้ว
ก่อนโลกจะรู้ว่าเขาไม่ได้ดำรงอยู่ยังที่ที่เคยอยู่นี้อีกตลอดไป

ทำนองเพลงบนกิ่งไม้ของเหล่านก อุณหภูมิสุดท้ายของน้ำค้างเช้า ระยะจำศีลของกบภูเขาเฒ่าชรา
ถึงบางสิ่งจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็เป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อย

เขาไม่ได้เสียชีวิต
ชาวบ้านสรุปเอาว่าแกแค่หายไปเฉยๆ หายไปจากการมีชีวิต
เหลือร่องรอยไว้สำหรับบางคนที่จดจำได้ว่าแกเคยสำคัญอย่างไร

ผมไม่ได้พบคุณตาผู้นั้นอีกเลย
แต่ผมก็รู้ว่า แกเคยนั่งอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ความทรงจำ
ผมสัมผัสจากรอยประทับบนเก้าอี้ไม้แก่และแข็งตัวนั้น
หากแกกลับมาเยือนที่นี่อีก เราคงได้มีปัจจุบันร่วมกันสักครั้งหนึ่ง

รูปภาพ | Posted on by | ใส่ความเห็น

หมากรุก

หมากรุก

หากคุณเป็นนักเล่นหมากรุกมือใหม่

สิ่งแรกคือการทำความเข้าใจก่อนว่าเพราะเหตุใดหมากทุกตัวบนกระดานต้องยอมตายเพื่อหมากตัวเดียว มันไม่ใช่เพียงกติกา แต่เป็นจักรวาลวิทยาที่จำลองมาไว้ในเกมหมากรุก

คุณกำลังทำสงคราม ชัยชนะจึงไม่ใช่การจับมือหรือเซ็นสัญญา แต่เป็นการทำลายฝ่ายตรงข้ามให้ถึงฆาต ไม่ว่าจะด้วยวิธีโอบรัดให้หายใจขาดหรือฟาดด้วยสายฟ้า พิชิตจังหวะสุดท้ายด้วยการตบหน้าหรือทำให้ศัตรูรู้สึกว่าอยากล้มกระดานเสียเต็มประดาด้วยตัวเอง

ยิ่งกว่าการขับเคลื่อนของหมากแต่ละตัวให้สัมพันธ์กันแน่นหนา ชั้นเชิงทางสายตา องค์ประกอบของวาจา การเคลื่อนไหวว่องไวและแม่นยำ หรือแค่ทำทีทอดท่าครุ่นคิดเนิ่นนาน ทั้งหมดล้วนเป็นกลศึกสำคัญ

ผู้เข้าใจหมากรุกอย่างลึกซึ้งทุกคนย่อมเคยผ่านการประลองกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุด
เล่นหมากรุกโดยลำพัง พวกเขาไม่ได้มุ่งหวังชัยชนะสุดกระดาน
แต่เพื่อโอกาสได้เห็นจังหวะและปะทะกับความคิดตนเอง

รูปภาพ | Posted on by | 2 ความเห็น

หลับฝันยามโพล้เพล้

หลับฝันยามโพล้เพล้

ผมเผลอหลับไปตอนโพล้เพล้ ขดตัวอยู่กลางห้อง ตั้งเวลากับตัวเองว่าอีกสักชั่วโมงจะตื่นขึ้นมา แต่เหมือนเคลิ้มไคล้ไม่ทันหลับ ดันมีผู้หญิงที่เราไ่ม่รู้จักมาเคาะประตู สิ่งที่ตกใจมากกว่าเธอเป็นใคร !! เฮ้ย ประตูห้องกูเป็นไม้ ทำไมตอนนี้กลายเป็นเหล็กดัดไปแล้ว ประเด็นต่อมาหล่อนคนนี้ใคร เหตุใดมายืนเท้าเอวด่ากูปาวๆ ว่าจะล็อคทำไมเนี่ย ออกไปแค่แป๊ปเดียว เรียกตั้งนานแล้ว เร็วๆ สิยังงงอะไรอีก ปังปังปัง ผมเดินไปเปิดสังเกตบรรยากาศในห้องรอบๆตัว พบว่าโครงสร้างของห้องและการจัดวางสเตียง ตู้ ทีวี ห้องน้ำ ยังเหมือนเดิม ต่างไปคือรายละเอียดของแต่ละชิ้นมันไม่เหมือนเดิมเลย สรุปคือนี่ไม่ใช่ห้องกูเลยนี่หว่า ผมเปิดประตูให้ผู้หญิงที่เธอรู้จักผมแต่ผมไม่รู้เธอเข้ามาพร้อมกับถามเหมือนพระเอกหนังที่ความจำเสื่อมทุกเรื่องว่าที่นี่ที่ไหน ตอนนี้ พ.ศ.อะไรเเล้ว ลึกก็รู้ว่าอยู่ห้องตัวเองแต่ที่เห็นมันไม่ใช่ งงสิครับ ก่อนจะทราบทีหลังว่าเวลาตอนนั้นมันผ่านมาสิบกว่าปีจากที่เราหลับไป ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ อาจเป็นฝันซ้อนฝันอินเซปชั่นอยู่ก็ได้ แต่ถ้ามันเป็นความจริงว่าเราอยู่ที่นี่แล้วบังเอิญหลับไปเห็นตัวเองตอนวัยรุ่นจนเชื่อว่ากำลังเป็นวัยรุ่นตอนนั้นจริงๆ การตื่นขึ้นมาครั้งนี้ก็ทำให้ได้คิดว่า เออ ชีวิตเราบัดซบอยู่ในอพาร์ตเมนท์เก่าๆเหมือนหนังฮ่องกงทุนต่ำได้ขนาดนี้เลยเหรอ ระหว่างที่คิดไปคิดมาก็เริ่มแน่ใจอีกครั้งว่าที่นี่ไม่ใช่ความจริง เพราะเมื่อหันหลับไปหาอีเจ้คนนั้นที่ยังไม่ทันถามว่าชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร เจ้คนที่เดินเข้ามาเหมือนเป็นห้องตัวเองแล้วพอหันไปมองอีกทีก็กลายเป็นตุ๊กตายางนอนนิ่งอยู่บนเตียงแล้ว เฮ้ย อะไรวะ มันไม่ใช่นิยายเมจิคัลเรียลลิสซั่มนะ ผมสะบัดหัวหงึกๆ ก่อนตัดสินใจเดินไปล้างหน้าในห้องน้ำที่เปิดไฟทิ้งไว้และประตูแง้มอยู่ เอ้ยยย อะไรวะเนี่ย มึงเป็นใครครับ สภาพที่เห็นคือชายคนนึงใส่เสื้อกล้ามสีขาว รูปร่างผอมเตี้ย ผมสั้นเกือบจะเกรียน คุ้นหน้าว่าน่าจะใช่เพื่อนเก่าสมัยเรียนมัธยมปลายที่เราสองคนก็ไม่ได้สนิทกันนี่หว่า มึงเข้ามานั่งขี้บนชักโครกในห้องกูประหนึ่งรูมเมทเฉยเลยได้อย่างไร ชายคนนั้นหรืออดีตเพื่อนผมมันกำลังนั่งขี้และสูบบุหรี่ไปด้วย สายตาผมหลุบต่ำเลยของลับไปถึงก้นหลุมชักโครก ทำไมถึงมีที่อึ่งอ่างสีเหลืองอืดนอนหงายท้องอยู่ในน้ำได้วะ สถานการณ์ในฝันเป็นเวลาค่ำทำให้รู้สึกแย่มาก ทำอะไรไม่ถูก รู้สึกอย่างเดียวว่านี่ไม่ใช่ชีวิตกูเลย อค์ประกอบทั้งหลายคุกคามการจำได้หมายรู้เกี่ยวกับตัวตนของผมเองอย่างมาก ผมเดินออกมาจากห้องน้ำ ยืนนิ่งเพื่อให้บรรยากาศโอบคลุมตัวผมไปอย่างไม่ขัดไม่ขืน ผมมองไปที่เตียงแล้วก็เกิดอารมณ์กับตุ๊กตายางตัวนั้นจึงเริ่มปฏิสัมพันธ์กับมันฝ่ายเดียว ประหลาดนัก เศษขุยกระจุยกระจายของความทรงจำค่อยๆกลับมาทีละน้อยทุกครั้งที่จังหวะอัดโยกของร่างกายผมดำเนินไป ผมรู้สึกตัวเองค่อยๆกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง ฮอร์โมนบางชนิดที่ผมไม่รู้ชื่อกำลังหลั่งซ่านในร่างกาย ผมหันไปทางห้องน้ำ ไอ้เพื่อนคนนั้นมันก็ชำเลืองมองเราอย่างเห็นเป็นเรื่องปกติ ต่างคนต่างไม่ได้คุยอะไรกัน ลึกๆในใจก็รู้ดีว่าไม่ต้องพูดอะไรกันก็ได้ เราต่างเป็นตัวประกอบที่ไม่มีบทแต่ต้องแสดงเพื่อให้อีกฝ่ายดำรงอยู่ ผมค่อยๆ รื้อฟื้นความทรงจำได้เรื่อยๆ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด เหตุการณ์คุกคามใหญ่หลวงที่ผมยังจับสารสำคัญไม่ได้กำลังจะดำเนินมาถึงในไม่ช้า ผมเร่งจังหวะไปจนถึงจุดสุดท้ายที่จะปลดปล่อยผมจากความคลุ้มคลั่ง แต่มันไม่ได้ช่วยให้ผมเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้เลย ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นเบื้องหน้า เจ้ตุ๊กตายางตัวนั้นแสดงสีหน้าเป๋อเหรอเย็นชา ไม่กรีดร้องหรือแม้แต่สบตา หล่อนช่างแสดงกิริยาการเป็นวัตุทางเพศได้อย่างสมบทบาทจริงๆ

รูปภาพ | Posted on by | 3 ความเห็น

สวนสัตว์น้ำ (Aquarium)

สิ่งที่ได้คิดจาก “สวนสัตว์น้ำ” (Aquarium)

(เท่าที่นึกออกนะ)

รูปภาพ

 

 

การจำลองโลกใต้น้ำ ลึกๆ แล้วมนุษย์เองเพียงอยากระลึกความทรงจำถึงอาณาจักรที่ตนเดินจากมา

และหาเหตุผลที่ตัดสินใจวิวัฒนาการขึ้นบก

 

 

มีทางเลือกไม่มากที่จะอยู่รอดในสังคมที่มีกติกาเพียงสองข้อ (ไม่ล่าก็ถูกล่า)

สิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องมีเขี้ยวเล็บหรือพิษร้ายเพื่อโจมตีและ/หรือป้องกันตัว

หาไม่ก็ต้องรู้จักเลียนแบบหรือสร้างสีสันให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม

เพื่อล่อหลอกและลวงตาสิ่งมีชีวิตอื่น 

 

 

สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึกมีมิติการเคลื่อนที่มากกว่ามนุษย์ 

นอกจากเดินหน้าถอยหลังได้ พวกมันยังเคลื่อนที่แนวดิ่งได้ด้วย

 

 

สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจะอยู่บนบกไม่ได้ตลอดกาลและอยู่ใต้น้ำไม่ได้นานเช่นกัน

 

 

ไม่ว่ามากหรือน้อย, มนุษย์เลียนแบบ (mimic) ธรรมชาติ ในทุกระยะความเจริญ

แม้ในยุคสมัยที่พวกเราจะเหิมเกริมคิดเอาชนะมัน

 

 

เมื่อเราจ้องมองสิ่งมีชีวิตใดนานพอเราจะสร้างบุคลิกให้พวกมันโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเราจ้องมองสิ่งธรรมดาที่คุ้นชินนานไปเราจะเห็นความประหลาดโดยไม่ตั้งใจ

 

 

เสียงที่เกิดจากการสั่นเคาะ เป็นวิธีการสื่อสารมาแต่โลกดึกดำบรรพ์

เช่นเดียวกับกลองที่ปรากฏในพิธีกรรมแทบทุกวัฒนธรรมของมนุษย์

 

 

ในโลกของสัตว์เดรัจฉาน  ดนตรีกับความรู้สึก

เป็นการสื่อสาร เป็นเรื่องเดียวกัน

 

 

สัตว์เคลื่อนไหวช้า(สัมพัทธ์กับขนาด) มักจะมีอายุยืน

 

 

ปลาคือนกที่อยู่ในน้ำ

 

 

สัตว์ที่ใช้เพียงสัญชาตญาณ 

ปราศจากความรู้สึกนึกคิด 

ชีวิตไม่มีความทุกข์

 

 

เพื่อความอยู่รอด สัตว์ทะเล/สะเทินบกสะเทินน้ำ/เลื้อยคลาน 

ใช้ศักยภาพของประสาทสัมผัสากมาย(กว่ามนุษย์?)เพื่อดำรงชีวิตรอด

 

 

สัตว์ที่ออกลูกทีละมากๆ ไม่ได้แปรผันกับศักยภาพของแม่ในการดูแลลูก

 

 

สัตว์ตัดขาดความรู้สึกการเป็นลูกและแม่ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

 

สัตว์กินเมื่อหิว หยุดเมื่ออิ่ม

 

 

สัตว์บางตัวเลือกจะเคลื่อนไหวอย่างเร็วและหยุดนิ่ง

มากกว่าการเคลื่อนที่เร็ว-ช้า

 

 

สาบานว่า แมงกะพรุนไม่รู้จักแรงโน้มถ่วง

พวกมันมีอวกาศของตัวเอง

 

 

คนไทยใช้เลขไทยเฉพาะเวลาแอบบอกราคาคนไทยโดยไม่ให้ชาวต่างชาติรู้

 

 

โซนขายของที่ระลึก/ถ่ายรูป เป็นบริเวณที่น่าเบื่อที่สุดของพิพิธภัณฑ์

 

 

 

ที่มาเรื่อง

03.06.2012 

@Siam Ocean World, Paragon, Bangkok

โพสท์ใน Uncategorized | 5 ความเห็น