แสงไฟในละอองฝน

img_2074.JPG

กาแฟสดในมือเริ่มมีเหงื่อเย็นๆไหลซึมจากแก้ว

นานเท่าไหร่แล้ว, ผมมองฝนที่ไม่ทีท่าจะชะลอแรง

น้ำที่ปริ่มเขื่อนเตือนให้รู้ว่าคืนนี้ดวงเดือนเต็มเต่งใกล้ปริแตก

ละอองฝนระบำบนผิวน้ำเริ่มทอดจังหวะลง

ยอดน้ำค้างปลายใบอ่อนของต้นลำพูจะเย้ายวนหิ่งห้อยหมื่นพันมาชุมนุม

ตลาดน้ำอัมพวายามเย็น คราคร่ำด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนต่างถิ่น

ความอ้างว้างเงียบเหงามีอำนาจเหนือชุมชนแห่งนี้เพียงวันเวลาราชการ

ผมยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางฝูงคนคับคั่งในทางเดินคับแคบ

หากไม่คิดจะหยุดยืน ร่างกายคงไหลตามแรงไหล่และกลิ่นกรุ่นจากกายสาวแปลกหน้า

แม่ค้าในเรือง่วนกับการปรุงอาหารเลิศรสจนไม่มีเวลาสบตาลูกค้าใหม่

กิจกรรมการค้าขนม ผลไม้ อาหารโบราณ เยียวยาอาการเบื่อหน่ายของชาวกรุงได้ชะงัด

ผมก้าวขึ้นเรือจ้างที่สับเปลี่ยนลำเรือตามเวลาระบายคนออกสู่ลู่น้ำ

แข่งกับความมืดที่ค่อยๆกลืนทิวทัศน์สองฝั่งคลอง

มะพร้าวนับร้อยต้นกลายเป็นริ้วทะมึนผืนเดียว

ลมปะทะหน้า เสียงหึ่มจากเรือยนต์ และกระเซ็นคลื่นข้างลำเรือ บอกให้รู้ว่าสิ่งที่ค้นหาใกล้ถูกพบ

เรือดับเสียงหายใจ ลมไล้ใบหน้าแผ่วเบา น้ำไหลชะสวนลำเรือ

ต้นลำพูริมน้ำทอประกายระยิบระยับจับตาแต่ไกล จับใจเมื่ออยู่ใต้ต้น

คืนนี้ท้องฟ้าถูกเมินจากคนเหงา  เพราะที่นี่

ที่ที่เราสามารถเห็นดวงดาวได้โดยไม่ต้องเงยหน้า

ตาสว่างจากดวงไฟของแมลงตัวน้อยๆ มิใช่ฤทธิ์คาเฟอีน

เจ้าทั้งหลายจะรู้บ้างไหม แสงไฟล่อชู้หาคู่เหล่านี้

เป็นปรากฏการณ์สามัญอันยิ่งใหญ่สำหรับผู้ห่างไกลจากความรักและธรรมชาติเพียงใด

กาบเรือมีสองข้าง คลองข้างทางมีสองฝั่ง  

มีคนกล่าวว่า  เวลาฝนตกทำให้คนเราอ่อนแอ

ก่อนกลับขึ้นฝั่งอีกครั้ง…

ก่อนลมหายใจของที่นี่จะทอดถอนสู่ห้วงวันอันเงียบเหงา

ก่อนชีวิตของเราจะเริ่มต้นความวุ่นวายซ้ำซากอีกครั้ง

ผมถอนหายใจ และหวังว่า…

ดินแดนแห่งนี้จะปกป้องเจ้าดวงไฟแห่งความฝันทั้งหลาย

ให้ปลอดพ้นจากราตรีที่ฟ้าก่ำแดงด้วยไฟถนน

ปลอดพ้นจากพันธนาการแห่งชีวิตอันเดียวดาย

และใช้ช่วงเวลาในชีวิตที่แสนสั้นของมัน

บันดาลใจผู้มาเยือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีเรี่ยวแรงต่อไป   

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

12 ตอบกลับที่ แสงไฟในละอองฝน

  1. Piccy พูดว่า:

    อ่านแล้ว สบายจัง ^^

  2. mp พูดว่า:

    เขียนเยอะแยะหว่ะ

    ขี้เกียจอ่าน ฮ่าๆๆ

    เอาเป็นว่า มีความสุขสนุกสนานกับช่วงปิดเทอมนะย่ะ

    เจอก๊านนนน

  3. Piccy พูดว่า:

    *สบายจัย

  4. เพื่อนปายในตำนาน พูดว่า:

    “ที่ที่เราสามารถเห็นดวงดาวได้โดยไม่ต้องเงยหน้า”
    ชอบมากเลย~~

    อ่านแล้วได้บรรยากาศวันนั้นกลับมาเลยหละ
    ดีใจที่แกไปด้วยจัง
    นอกจากจะมีไกด์ท้องถิ่่น
    ยัง้มีคนเก็บเอาบรรยากาศวันนั้น เป็นถ้อยคำที่สวยงาม~

  5. h!!af พูดว่า:

    แถวนี้ไม่มีหิ่งห้อย และชั้นก็ไม่ได้ออกไปมองดูดาว

    แต่เธอก็ทำให้ชั้นได้เห็นมันอย่างแจ่มชัดอีกครั้ง ในคืนนี้🙂

    ราตรีสวัสดิ์

  6. zlO พูดว่า:

    ~~*~วันธรรมดาที่งดงาม แต่รายละเอียดช่างแสนพิเศษ~~*

    นานมาแล้ว

    กูได้ไปดู

    เพื่อนกูว่าจะไป..ลุ้นอยู่..ว่าจะล่มไหม..เฮ้ออ..กูอยากดู

  7. M พูดว่า:

    hmmm : D

  8. ฟ . ฟ้ า ฟั ด พูดว่า:

    “กาบเรือมีสองข้าง คลองข้างทางมีสองฝั่ง” (ทะนาคาน:2550)

    คือจะสื่อว่า “แล้วทำไมกรูอยู่คนเดียว(วะ),หรอ?”

    อะไรๆก็เป็นคู่ – กอล์ฟมีไมค์ แซ้บยังมีสก๊อยเลยนี่เนอะ….

  9. Pod พูดว่า:

    เรียกร้องสิทธิให้หมู่หิ่งห้อยที่อัมพวา…น่าจะลองเขียนลงมติชนนะ
    คงขายดิบขายดี^^

  10. T พูดว่า:

    ดีนะ ศิลปินสำนึกรักบ้านเกิด

  11. ตูนนะจ๊ะ พูดว่า:

    ใช้สำนวนได้เหมือนนักเขียนมืออาชีพเลย
    อ่านแล้วรู้สึกว่ามันเห็นภาพดีอ่ะ เย็นดีจัง
    แต่ตอนจบรู้สึกไม่อยากเจอชีวิตที่วุ่นวายอีกเลย
    เศร้าๆเหงาๆอ่ะ

  12. ตูนนะจ๊ะ พูดว่า:

    ลืมชมว่า เก่งมากๆๆๆๆๆอิอิ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s