จุรีอยากมีรอยสัก

Screen shot 2011-09-15 at 11.15.59 PM

จุรีอยากมีรอยสักรูปดอกไม้

คงเพราะจุรีเชื่อว่าตนเองเป็นผู้หญิงอ่อนหวาน และเช่นเดียวกับผู้หญิงอ่อนหวานค่อนโลก ไม่มีใครในพวกหล่อนไม่ชอบดอกไม้ นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่จุรีใช้บอกตนเองและคนที่บังเอิญอยู่ใกล้ ในทุกโอกาสที่เห็นดอกไม้บานกลีบว่า หล่อนรักในกลิ่น หลงในสี และเอ็นดูความบอบบางทว่าเย่อหยิ่งของเหล่าเธอเพียงใด

และเหตุผลนั้นก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่จุรีใช้คำนึงถึงดอกไม้เป็นเบื้องแรก
คราวเมื่อเธอปรารถนาจะมีรอยสักสักรอย

จุรีนัดงามตา เพื่อนรักของหล่อนสมัยปฐมวัยกำดัด โดยขอร้องหล่อนให้เจียดเวลามาพบเพื่อหารือเรื่องรอยสัก งามตาถามกึ่งวิเคราะห์เพื่อนรัก หากจะสักดอกไม้ จุรีอยากเห็นดอกอะไรแย้มบานบนโนนเนื้อของตัวเอง จุรียอมรับว่ายังคิดไม่ตกจริงๆ

งามตาเสนอว่าควรตัดดอกไม้มีกลิ่นหอมออกเสีย เพราะดอกไม้เหล่านั้นมีกลิ่นเฉพาะของมัน กลิ่นเนื้อสาวของจุรีไม่เหมือนกลิ่นหอมวิเศษของดอกไม้ดอกใด ลำพังเครื่องสำอาง หล่อนก็อาจแปลงเป็นดอกไม้หอมได้ทั้งโลก

จุรีเห็นด้วยกับแนะนำของงามตา พลางระบายความอัดอั้นแห่งตนว่า ตลอดหลายปีที่ความสาวแตกสะพรั่ง กลิ่นแรกแย้มของหล่อนไม่เคยล่อหมู่ภมรใดมาดอมดม หรือเพียงกล้ำกราย หล่อนปรารถนาจะมีดอกไม้ที่หล่อนรักบนเรือนร่างเป็นเครื่องราง หล่อนคิดเช่นนั้น ด้วยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มแรงปรารถนาแห่งรักแท้ในเนื้อตัวและหัวใจของหล่อนได้เท่าทวี

จุรีไม่แน่ใจว่าการสักรูปดอกไม้บนผิวสวย จะมีปริมาณความเจ็บเพียงไหน สำหรับจุรี เรื่องกลัวเจ็บสร้างความประหม่าได้ไม่เท่าครึ่งของความอาลัยผิวเนื้อเนียนด้วยเสียดาย

งามตาเสนออีกว่า จุรีควรสักเฮนน่าดูก่อนเพื่อลองใจตนเอง จุรีอ้างว่าหล่อนศรัทธาในคำเพลงของพี่ตุลย์อพาร์ตเม้นคุณป้า ในใจความว่า การสักช่างคล้ายเคลิ้มกับการมีความรัก จุรีคิดว่าตนคงภูมิใจยิ่งกว่า หากได้เป็นเจ้าของความงามที่เกิดจากการเอาเจ็บปวดเข้าแลก

ระหว่างจุรีขอคำปรึกษางามตาว่าจะสักดอกไม้บริเวณใดบนเรือนกายดี หัวไหล่ ริมบ่า หรือเรียวแขน ต้นคอ บั้นเอว หรือหลืบเร้นที่น้อยคนจะด้นไปเด็ดให้จุรีสะเทือนถึงดวงดาว

ระหว่างนั้น ชื่อสุพจน์ก็เรียกเข้ามาในหมายเลขโทรศัพท์ของจุรี เขากำลังขอเวลาหล่อนสักมื้อ “พรุ่งนี้ ผมอยากกินอาหารเที่ยงโดยมีคุณ” อาจเป็นลางสังหรณ์หรือราคาค่ามื้อของภัตตาคารก็ได้ที่กระซิบจุรีให้แน่หัวใจโดยไม่ต้องชั่ง สุพจน์คงกำลังเพียรหาโอกาสจากมื้อเที่ยงเพื่อพิชิตหล่อน เขาคงเตรียมถ้อยคำของความรู้สึกมาเปิดเปลื้องหล่อนให้ต้องปั่นป่วนอารมณ์ ในกิริยาดอกไม้ จุรี ประหยัดถ้อยคำในสำเนียงะอ้อน เอ่ยเพียง “ค่ะ ค่ะ ค่ะ” เท่านั้นก็วางสายของสุพจน์ไป

อีกหลายนาทีผ่าน… งามตายังสมัครใจจะออกความเห็นต่อจุรีด้วยหวังดี โดยอาสาจะช่วยเพื่อนรักด้วยการระบายรูปดอกไม้พันธุ์ใหม่ ชนิดที่ยังไม่เคยปรากฏบานแบ่ง ณ แห่งใดบนผิวดินหรือผืนฟ้า และมันควรผุดขึ้นอวดโลกเป็นหนแรกบนเนินไหล่ของจุรี

จวบนั้น ความดีใจยังล่องลอยในอารมณ์ของจุรี และมันหนาแน่นพอจะบดบังเสียงแนะนำของเพื่อนรัก หล่อนพูดสวนงามตาขึ้นมากลางประโยคปรารถนาดีเหล่านั้นด้วยอาการเคลิ้มไคล้ไม่สมประดี

“ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่สักรูปดอกไม้” จุรีเอ่ย “ไม่สักรูปอะไรทั้งนั้น”
งามตาฉงน ระบายคำถามในแววตาแทนสี
ทำไมล่ะวะ อิห่า! อะไรของเมิง อิจัญรี!

เมื่อกี้นี้เอง… จุรียิ้มแด่คำตอบน่ารักที่ผุดวาบหว่างความคิดและทำให้หล่อนพึงใจ จุรีรำพึงตอบงามตาด้วยความรู้สึกโดยสัญชาตญาณและรู้ตัวว่า บัดนี้ หล่อนได้กลายเป็นดอกไม้ไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่ทันสิ้นคำ งามตาถลันมือเหวี่ยงแขนขวาตบเข้าอย่างแรงที่ข้างแก้มจุรีจนหน้าเป๋ งามตาผิดหวังที่หล่อนปราดเปรียวแต่ยังไม่ไวพอแมลงวันตัวเขื่อง หล่อนถอนท่อนแขนออกจากเรียวหน้าเพื่อนรักพร้อมความว่างเปล่าในฝ่ามือ จุรีหน้าเบลอ ยิ้มหวานเมื่อครู่เลือนรางไปเสียเฉยๆ สี่แฉกฉายชัดขึ้นบนซีกหน้าของจุรีอย่างระเรื่อ

เป็นรอยอมชมพูคล้ายกลีบดอกไม้ไร้ชื่อ
และนั่นคงเป็นดอกไม้ชนิดใหม่ที่โลกไม่เคยรู้จักจริงๆ

ทะนาคาน
6 January 2012

รูปภาพ | ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s