ราวกับทุกสิ่งถูกกำหนดไว้เป็นอย่างดีแล้ว

write something 1

1

“ราวกับทุกสิ่งถูกกำหนดไว้เป็นอย่างดีแล้ว”

ข้อความนี้วนอยู่ในหัวของผมตลอดเวลา ขณะกำลังไล่สายตาตรวจกวีบทหนึ่ง
ที่เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยส่งมาให้อ่านและแสดงความคิดเห็น
ผมเพิ่งเปิดอ่านข้อความจากกล่องจดหมายในอีเมล์เมื่อเช้านี้
วันและเวลาระบุว่า บทกวีดังกล่าวรอคอยให้ผมมาอ่านหลายวันแล้ว

อย่างถ้วนถี่ราววิศวกรมองหาวิธีการลดจำนวนน็อตตัวที่ไม่จำเป็นออกจากแปลน
หลายคำร้อยเข้าด้วยกันเป็นวลี ถูกจัดวางแบ่งเป็นวรรคต่อวรรค แล้วรัดเงื่อนด้วยสัมผัสแน่นหนา
กฎบังคับใดในโลกนี้จะมอบสิ่งสวยงามเช่น ฉันทลักษณ์เป็นไม่มี ผมคิด

ผมพิจารณาบทกวีที่เพื่อนคนนี้ส่งมา ไม่ต่างจากแถวโดมิโนที่ตั้งเรียงไว้
โดยผ่านการคิดแล้วคิดอีกอย่างเป็นระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นระยะห่าง หรือการเข้าโค้งที่คำนวณไว้เป็นอย่างดี
และไม่มีวันผิดพลาด

ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำเรื่องโง่เง่าชนิดหนึ่ง
การกวาดสายตาหาข้อบกพร่องในกวีบทนี้
ไม่ต่างอะไรกับความพยายามมองหากองขี้หมาในสวนดอกไม้หอม

จนถึงลำดับสุดท้ายคือกระบวนการอ่าน หรือการลองเสพเฉกเช่นผู้อ่าน
สิ่งที่ยากแก่การวิจารณ์คือเมื่อตัวตนของผู้อ่านกลายกลืนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้แล้ว ก็ยากเหลือเกินจะมองหาข้อบกพร่อง
กลายเป็นความไว้วางใจอย่างประหลาดเหมือนเงินที่ฝากไว้กับธนาคารสวิส

บทกวีกล่าวถึง สวนแคระในถาดที่ถูกจัดวางไว้อย่างประณีตลงตัว
ทว่าแฝงความขัดแย้งของดุลยภาพระหว่างการบังคับตามแบบแผนกับการปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
ไม่ว่าทิศทางของกิ่ง ความหนาแน่นของพุ่มใบ การกระจุกตัวของกลุ่มหินกรวด
หรือองศาที่ชายชราตกเบ็ดนั่งทำมุมกับโคนต้นไม้ดัด
กวีพรรณนาถึงความรู้สึกตนที่ไม่มีวันเข้าใกล้สุนทรียภาพที่ซ่อนเร้นดังกล่าว
พร้อมตั้งคำถามว่าความรู้สึกของพระเจ้าผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นเช่นไร

จวบจนบรรทัดสุดท้าย สิ่งที่ผมจินตนาการจะได้เห็นทว่าไม่มีวันได้พบ
คือการพรรณนาถึงนกสักตัวที่โบยบินมาเกาะพักในสวนแห่งนี้
ต่อให้หลงทาง นกตัวไหนมันจะไปเกาะบนสวนถาดกันเล่า
ผมแย้งปรารถนาข้างใน

นี่คือสิ่งที่ผมรู้สึกและอาจอยู่นอกเหนืออำนาจการวิจารณ์ในฐานะบรรณาธิการ
เว้นแต่จะเสนอแนะในฐานะผู้อ่านหรือเพื่อนที่สนิมสนมเชื่อใจกัน

นอกจากเรื่องนกแล้ว สิ่งที่ผมยังระคายใจคือ บทกวีนี้เขียนขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบเกินไป
เพราะเหตุใดความสมบูรณ์แบบจึงยังความแคลงใจแก่ผมอย่างนั้นหรือ

2

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย มิยูโกะเป็นเพื่อนต่างชาติที่เข้ามาเรียนในชั้นเรียนเดียวกับผมในฐานะนักศึกษาจากโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับประเทศต่างๆ ที่รัฐบาลของผมมีสัมพันธ์อันดีด้วย ผมรู้จักมิยูโกะจากเพื่อนของผมอีกคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญภาษาญี่ปุ่น วันแรก เพื่อนของผมนั่งคั่นกลางระหว่างเรา การแนะนำตัวเกิดขึ้นอย่างเรียบง่าย จับมือ ทักทาย และโค้งหัวเล็กน้อย

ผมกับมิยูโกะก็เริ่มรู้จักกันตั้งแต่นาทีนั้น

สัปดาห์ต่อมา เราสองคนนั่งเรียนด้วยกันในหลายวิชา เราเข้ากันได้ดีในระดับน่าพอใจ จากบทสนทนาเรื่องที่เราต่างสนใจร่วมกัน การเขียนหนังสือ วรรณกรรมที่ชื่นชอบ รวมถึงเสวนาเรื่องวัฒนธรรมของกันและกัน ซึ่งเรามักแลกเปลี่ยนกันอย่างหิวกระหาย

ผมชวนเธอเข้าชมรมวรรณศิลป์ของมหาวิทยาลัย แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม เธอใช้ ภาษาของผมได้คล่องแคล่วกว่าที่ผมเข้าใจภาษาของเธอ เราแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่มีต่องานเขียนของกันและกันอย่างไว้วางใจ จนวันที่เธอต้องเดินทางกลับบ้านเกิด เราแลกอีเมลกัน แต่ก็แปลกที่เราสองคนไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ผมพยายามหาเหตุผลที่ตัวเองไม่ติดต่อเธอกลับไป และเข้าใจเอาเองว่าน่าจะเป็นเหตุผลเดียวกับที่เธอไม่เคยติดต่อผมกลับมาเช่นกัน 

หลายปีล่วงมาจนถึงวันนี้ ผมทำงานเป็นบรรณาธิการในสำนักพิมพ์เล็กๆแห่งหนึ่ง ส่วนเธอเป็นเช่นไรผมไม่อาจรู้ เธออาจกำลังก้าวไปเป็นนักเขียนหน้าใหม่ของวงการ เป็นพนักงานออฟฟิศบนตึกสูงแห่งใดแห่งหนึ่งในโตเกียว หรือเป็นแม่บ้านกำลังเลี้ยงเจ้าตัวเล็กอยู่กับครอบครัวอันอบอุ่น  ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับมิยูโกะเรียกได้ว่าห่างเหิน

3

จากบทกวีนี้ มันทำให้ผมคิดถึงสัมผัสเกี่ยวกับวรรณกรรมของมิยูโกะว่าอ่อนไหวและรุนแรงเพียงใด เธอเป็นคนหัวไว ป่านนี้ ทักษะภาษาไทยของเธอคงแข็งแรงขั้นงัดข้อกับผมได้แล้วแน่ๆ

ทุกรายละเอียดของบทกวีล้วนประณีตจากการขัดเกลาของประสบการณ์ ทุกสิ่งเหมือนจัดวางไว้ถูกที่ถูกทางจนไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีก  ตามหลักการทำงานบรรณาธิการของผม
ผมเชื่อว่าความสุนทรีย์เป็นพื้นที่ส่วนตัวก็จริง แต่หากจะเรียกตัวเองว่ามืออาชีพทางนี้
การมองโลกในแง่ร้ายเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย  การมองหาความบกพร่องในสิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่สายตาของนักอ่านทั่วไปมิอาจหยั่งถึง นอกจากเป็นกระบวนการตรวจสอบตัวเองอย่างหนึ่ง ยังเป็นการพัฒนาทักษะที่บรรณาธิการทุกคนต้องฝึกฝน
ฝึกฝนให้ยิ่งกว่าทักษะ เพราะบรรณาธิการต้องการทักษะนี้ในระดับสัญชาตญาณ

4

ผมส่งอีเมล์กลับไปบอกเพื่อนคนนี้เพียงว่า บทกวีดังกล่าวไร้ที่ติเพียงใด หากส่งเข้าประกวดในประเทศของผม ถือว่าอยู่ในมาตรฐานเกณฑ์จะได้รางวัล
ลงท้ายด้วยคำให้กำลังใจ

สิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของผมคือความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นแก่ตัวเอง หลังจากการอ่านบทกวีดังกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันเหมือนไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อให้ผมบรรณาธิการ  ไม่แน่ว่าเธออาจมีจุดประสงค์มากกว่านั้น….

ความเฉยชาต่อกิจกรรมขีดๆเขียนๆ หนังสือของตัวผมเองเหมือนถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง ผมคิดว่าคงไม่สมควรจะบรรยายความรู้สึกดังกล่าวไปในอีเมลนี้ด้วย แต่แน่ล่ะ ผมไม่มีวันลืมความรู้สึกที่ได้รับจากการอ่านไม่กี่บรรทัดในบทกวีนี้

 โดยเฉพาะถ้อยคำที่ผุดขึ้นมาในใจ  แทรกซ่อนในระหว่างบรรทัด  แม้ไม่เกี่ยวข้องกับอรรถความ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าปราศจากการเชื่อมโยงกับบทกวี กลุ่มถ้อยคำล่องลอยอยู่ในบรรยากาศของสวนป่าจำลอง

“ราวกับทุกสิ่งถูกกำหนดไว้เป็นอย่างดีแล้ว”

ผมได้ยินเสียงข้อความดังกล่าววนเวียนอยู่ในหัว อาจเป็นกระซิบที่เธอบอกผ่านบทกวีมาสู่ผม บางทีเพื่อนคนนี้อาจไม่ได้เจตนาจะส่งบทกวีเข้าประกวดที่ไหนก็ได้

ผมหยุดความฟุ้งซ่านที่เริ่มแผ่ขยายตัวมันเองออกไปเรื่อยๆ แล้วกดปุ่มส่งความคิดเห็นทางอีเมล์ จากนั้น ผมกำลังคิดว่าจะหาอะไรใส่ท้องมื้อเช้าดี เพื่อเริ่มต้นการทำงานวันใหม่ อาจเป็นความหิวก็ได้ที่ทำให้ต่อมรับรู้ ทำงานบิดเบี้ยวไปจากปกติ แต่ที่แน่ใจคือ บทกวีดังกล่าวเขียนดีอย่างน่าชื่นชม สัมผัสนี้ของผมไม่มีวันผิดเพี้ยน ยังไม่ทันจะสิ้นสุดความคิด อีเมล์ฉบับหนึ่งก็ส่งมาถึงผม

ในจดหมายนั้นมีเพียงข้อความสั้นๆ ว่า

ฉันไม่ใช่คนเขียนกวีบทนี้
เธอก็ได้ยินประโยคนั้นเหมือนกันใช่ไหม

ลงท้ายจดหมาย

มิยูโกะ อิมมามาระ

ทะนาคาน
Sunday, 25 December 2011 at 22:57
รูปภาพ | ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s