สุนทรกถาของข้าพเจ้าในงานสรรพวิทยาเมื่อกาลครั้งหนึ่ง

ที่มารูป: http://samanchonbooks.blogspot.com/

ในฐานะนักเรียนวรรณคดีคนหนึ่ง บทเรียนอันมีค่าที่ได้รับจากการอ่านนิราศ คือ การเรียนรู้ธรรมชาติของชีวิตประการหนึ่ง นั่นก็คือ ธรรมชาติของชีวิตที่ต้องเผชิญกับการพลัดพราก ซึ่งมีตั้งแต่การพลัดพรากชั่วครั้งคราวตลอดเลยถึงการลาจากอย่างถาวร  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะมองชีวิตจากระดับใกล้หรือถอยห่างไปมองจากมุมไกลเพียงใด

เสกสรรค์ ประเสริฐกุล  เขาคือคนธรรมดาคนหนึ่ง ทว่าตัวตนที่เขาสถาปนาต่างหากที่ยิ่งใหญ่ วันหนึ่ง เมื่อปราสาททรายแห่งตัวตนถูกคลื่นทะเลซัดครืนพังราบลงมาและถูกพัดพากลับสู่ธรรมชาติ กลายเป็นโศกนาฏกรรมสำหรับมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกชะตากรรมสาปให้ขีดเขียนเรื่องเล่ามากมายผ่านงานเขียนของตัวเขาเอง

หากเทียบดูแล้ว โอดิปุส (Oedipus) อาจโชคดีกว่าที่ควักลูกตาตนเองหนีความอัปยศ เขาจึงไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้าความจริงใดๆอีก

หลังสงคราม ยูลิซิส (Ulysses) ใช้เวลากว่าสิบปีทำสงครามกรุงทรอย ก่อนเดินทางกลับบ้านด้วยความหวัง และพบความเจ็บปวดว่างเปล่ารออยู่ เขาจมกับการครุ่นคิดถึงความตายตลอดชีวิตที่เหลือ  แต่นั่นก็ยังโชคดีที่เขาไม่ต้องก่อสงครามกับตัวเองไม่สิ้นสุดจนชรา

ชะตากรรมของดอนกีโฆเต้ (Don Quixote) เหมือนฝันร้ายที่งดงามสำหรับผู้อ่าน เราอาจสงสารชายแก่เพ้อพกคนนั้น แต่แน่นอนตลอดเวลาเดินทางไกลในสงครามอุดมคติ เขาไม่เคยต้องอยู่โดดเดี่ยวเพียงลำพัง

สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้ ผมเลือกวรรณกรรมบันทึกการเดินทางกลุ่มหนึ่งของเสกสรรค์ ประเสริฐกุลมาศึกษา ในอีกแง่หนึ่งผมมองว่าเขาคือประวัติศาสตร์หลายบรรทัดของสังคมไทย บันทึกของเขาเปรียบเหมือนภาพแทนความคิดและจิตใจของคนยุค14ตุลาและ6ตุลาที่ยังมีลมหายใจ  ท่ามกลางหลักฐานสมัยหลังที่ค่อยๆบิดเบือนและถูกลืมเลือนกระทั่งในบทเรียน

แม้ว่านี่เป็นเพียงเสียงหนึ่งเสียงที่เล่าผ่านอัตวิสัยก็ตาม

วรรณกรรมบันทึกการเดินทางต่อไปนี้คงเป็นเพียงเรื่องส่วนตัวของคนๆหนึ่งในบริบทเหตุการณ์หนึ่งเท่านั้น  นี่อาจเป็นได้ทั้งรอยจารึกบาดแผลและการเยียวยา หรือมองว่าเป็นการสร้างอนุสาวรีย์นักรบเดือนตุลาให้ตัวผู้เขียนเอง นั่นก็สุดแต่ใครจะวิพากษ์ตัดสินจากลักษณะหัวใจเช่นไร

แต่ไม่ว่าเราจะใช้คุณค่าซับซ้อนใดเพื่อพิจารณา  โปรดอย่าลืมว่าเราเลือกศึกษางานเขียนของสุนทรภู่ในฐานะวรรณคดีนิราศด้วยเหตุผลใด ?

เนื้อหาและความคิดของบันทึกชุดนี้อาจกล่าวสรุปได้สั้นๆ ด้วยโวหารเพียงบรรทัดว่า
เป็นเส้นทางการเดินทางของความทุกข์ที่มิได้มองหาแสงสว่างจากความสุขมาฉายทับ
หากเป็นความกล้าจะลืมตาเพื่อสบความมืดโดยใช้แสงแห่งปัญญาส่อง
เพื่อเข้าใจและเท่าทัน

ขอบคุณครับ
ธนาคาร จันทิมา

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

2 ตอบกลับที่ สุนทรกถาของข้าพเจ้าในงานสรรพวิทยาเมื่อกาลครั้งหนึ่ง

  1. ชื่อซัน ฯ พูดว่า:

    ขอบคุณค่ะ ด้วย

  2. น่ง พูดว่า:

    ชอบย่อหน้าสุดท้ายจังค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s